ซื้อรถให้ญาติ


ไปเซ็นซื้อรถให้ลูกพี่ลูกน้อง โดยที่เขาเป็นคนออกเงินดาวน์และรับผิดชอบในการผ่อนแต่ละเดือน เป็นเวลาทั้งหมด 72 งวด

ต่อมาลูกพี่ลูกน้องนำรถไปขายให้บุคคลอื่นโดยที่ยังไม่เปลี่ยนสัญญา โดยที่ตัวเราเองไม่ทราบเรื่อง (ณ ตอนนั้นผ่อนไปแล้วแค่ 5 งวด และมีค้างชำระอีก 3งวด คืองวดที่ 6,7,8) หลังจากขายไปได้สองวันหลังผู้ที่ซื้อรถขอเงินคืนและต้องการคืนรถเนื่องจากผู้ที่ไปทำสัญญาซื้อขายกับชื่อเจ้าของรถในสำเนาหน้าทะเบียนไม่ตรงกัน โดยติดต่อเราซึ่งมีชื่อเป็นเจ้าของรถ เราได้นำเงินส่วนนั้นคืนผู้ซื้อไปและรับรถกลับมา พร้อมทยอยเคลียร์ค่างวดที่ลูกพี่ลูกน้องค้างชำระกับธนาคารทั้งสามงวด ต่อมาลูกพี่ลูกน้องคนนี้ต้องการเอารถคืน โดยขู่ว่าจะแจ้งความและฟ้องเรา ในข้อหาลักทรัพย์ ยักยอก เนื่องจากเขาเป็นคนที่มีกรรมสิทธ์เต็ม และจริงในการครอบครอง เพราะเขาเป็นผู้ออกเงินดาวน์และจ่ายค่างวดรถ 

อยากทราบว่าตามกฎหมายแล้วเขาสามารถทำตามที่เขาข่มขู่กล่าวอ้างกับเราได้ไหมค่ะ และเราสามารถป้องกันรักษาตัวเองตามกฎหมายกับคนแบบนี้ได้อย่างไรค่ะ

 

ขอบคุณค่ะ



ผู้ตั้งกระทู้ มานิตา :: วันที่ลงประกาศ 2019-07-12 15:05:18


1

ความคิดเห็นที่ 1 (4132596)

 การเช่าซื้อ

 

  การที่คุณผู้เช่าซื้อ นำรถมาไว้ในครอบครอง  เป็นการตัดสินที่ถูกต้องแล้ว  เพราะคุณเป็นผู้เช่าซื้อ เป็นลูกหนี้ตัวจริง  การมีรถไว้ในครอบครองจึงไม่มีความผิด เพราะเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย... ข้อหา ลักทรัพย์  ยักยอก   ก็ให้เขาว่าไป  ถ้าถูกดำเนินคดีด   คุณก็เล่าเหตุกาณ์ตามความเป็นจริง  คุณคงไม่มีความผิด  เพียงอาจต้องคืนเงินดาวน์  ซึ่งเป็นเรื่องทางแพ่งเท่านั้น   ถ้าคุณไม่คืน  เขาต้องฟ้องทางแพ่งเท่านั้น....คุณก็ทำผิดแต่แรก ที่ไปออกรถให้ผู้อื่นใช้   แต่ยังไหวตัวทัน  ที่หาวิธีนำรถกลับคืนมาได้   ถ้านำรถกลับคืนมราไม่ได้ คุณอาจถูกไฟแนนซ์ ดำเนินคดี ข้อหายักยอกทรัพย์   แต่ตอนนี้ไม่ต้องไปเกรงกล้ว   เพราะคุณมาถูกทางแล้ว...

ผู้แสดงความคิดเห็น มโนธรรม วันที่ตอบ 2019-07-20 08:19:33


ความคิดเห็นที่ 2 (4132599)

ขอบคุณมากนะคะ เรื่องนี้เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่ยิ่งใหญ่จริงๆค่ะ 

ผู้แสดงความคิดเห็น มานิตา วันที่ตอบ 2019-07-20 10:13:08



1


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล