หน้ารวมกระทู้ > เปิดโรงเรียนสอนพิเศษแต่ยังเรีย...

เปิดโรงเรียนสอนพิเศษแต่ยังเรียนไม่จบ


สวัสดีค่ะ หนุอยากสอบถามเกี่ยวกับการเปิดสอนพิเศษที่บ้าน แต่หนูยังเรียนไม่จบ สามารถทำได้ไหมคะ? แล้วสามารถแจกใบปลิวหรือเขียนป้ายติดหน้าบ้านได้ไหมคะ? ตอนนี้หนุเรียนคณะศึกษาศาสตร์เอกการสอนภาษาอังกฤษ ปี4แล้วค่ะ กรุณาช่วยตอบด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ



ผู้ตั้งกระทู้ ธิดา (phantila_da-at-hotmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2012-12-15 08:09:33


1

ความเห็นที่ 1 (1645574)

สอนได้หากมีความรู้ที่สอนได้จริง

และต้องไม่เป็นเป็นโรงเรียนหรือโฆษณาเป็นโรงเรีย

กรณีหากแจกใบปลิวรับสอนพิเศษ อาจต้องเสียภาษีตามกฎหมาย

ผู้แสดงความคิดเห็น ทนายจิ๋ว วันที่ตอบ 2012-12-15 12:17:48


ความเห็นที่ 2 (1645693)

 การเปิดสอนต้องมีใบประกอบวิชาชีพครู ตาม  พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาพ.ศ. 2546  มาตรา 43 เว้นแต่จะเข้ายกเว้น ....กรณีคุณเปิดสอนพิเศษ  น่าจะไม่ใช่ข้อยกเว้น... ถ้าฝ่าฝืนจะมีโทษตาม  มาตรา 78...อย่างไรก็ตาม   น่าจะไม่มีใครใส่ใจมาดำเนินคดีกับคุณ   เว้นแต่คุณจะถึงคราวเคราะห์เท่านั้น.......เพราะการสอนพิเศษ  ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงในสายตาของสังคมทั่วไป.......กฎหมายที่เกี่ยวข้อง...

......พรบ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546

 

 

มาตรา ๔๓ ให้วิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษาเป็นวิชาชีพควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้ การกำหนดวิชาชีพควบคุมอื่นให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพควบคุม โดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่กรณีอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(๑) ผู้ที่เข้ามาให้ความรู้แก่ผู้เรียนในสถานศึกษาเป็นครั้งคราวในฐานะวิทยากรพิเศษทางการศึกษา
(๒) ผู้ที่ไม่ได้ประกอบวิชาชีพหลักทางด้านการเรียนการสอนแต่ในบางครั้งต้องทำหน้าที่สอนด้วย
(๓) นักเรียน นักศึกษา หรือผู้รับการฝึกอบรมหรือผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติการสอน ซึ่งทำการฝึกหัดหรืออบรมในความควบคุมของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาซึ่งเป็นผู้ให้การศึกษาหรือฝึกอบรม ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด
(๔) ผู้ที่จัดการศึกษาตามอัธยาศัย
(๕) ผู้ที่ทำหน้าที่สอนในศูนย์การเรียนตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ หรือสถานที่เรียนที่หน่วยงานจัดการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ โรงพยาบาล สถาบันทางการแพทย์ สถานสงเคราะห์ และสถาบันสังคมอื่นเป็นผู้จัด
(๖) คณาจารย์ ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษาในระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาทั้งของรัฐและเอกชน
(๗) ผู้บริหารการศึกษาระดับเหนือเขตพื้นที่การศึกษา
(๘) บุคคลอื่นตามที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด

 

 

 

มาตรา ๗๘ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น มโนธรรม (sny-at-thaimail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-12-16 20:31:56


ความเห็นที่ 3 (1645697)

สอนพิเศษที่บ้าน เป็นการสอนตามตามอัธยาศัย

ประกอบกับผู้สอนไม่ได้ประกอบวิชาชีพหลักทางด้านการเรียนการสอน

แต่ในบางครั้งต้องทำหน้าที่สอนด้วย

กรณีเข้าข้อยกเว้นตามความเห็นทนายจิ๋ว

 
ผู้แสดงความคิดเห็น ทนายจิ๋ว วันที่ตอบ 2012-12-16 21:27:16


ความเห็นที่ 4 (1645755)

 มาตรา ๑๕ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒
                การจัดการศึกษา มีสามรูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และ การศึกษาตามอัธยาศัย
                    (๑) การศึกษาในระบบ เป็นการศึกษา ที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลา ของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่ง เป็นเงื่อนไข ของการสำเร็จการศึกษา ที่แน่นอน
                    (๒) การศึกษานอกระบบ เป็นการศึกษา ที่มีความยืดหยุ่น ในการกำหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่ง เป็นเงื่อนไขสำคัญ ของการสำเร็จการศึกษา โดยเนื้อหา และ หลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพปัญหา และ ความต้องการ ของบุคคลแต่ละกลุ่ม
                    (๓) การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการศึกษา ที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อม และโอกาส โดยศึกษาจาก บุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม สื่อ หรือ แหล่งความรู้อื่นๆ
                สถานศึกษา อาจจัดการศึกษา ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง หรือ ทั้งสามรูปแบบก็ได้ ให้มีการเทียบโอน ผลการเรียน ที่ผู้เรียนสะสมไว้ ในระหว่างรูปแบบเดียวกัน หรือ ต่างรูปแบบได้ ไม่ว่าจะเป็นผลการเรียน จากสถานศึกษาเดียวกัน หรือไม่ก็ตาม รวมทั้ง จากการเรียนรู้ นอกระบบ ตามอัธยาศัย การฝึกอาชีพ หรือ จากประสบการณ์การทำงาน

ผู้แสดงความคิดเห็น ผ่านมา วันที่ตอบ 2012-12-17 09:50:26


ความเห็นที่ 5 (1645761)

 เพิ่มเติม...พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. ๒๕๕๑

 

 

มาตรา ๑๕ ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดทุกจังหวัด ดังต่อไปนี้
(๑) ในกรุงเทพมหานคร ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานกรรมการ ปลัดกรุงเทพมหานคร เลขาธิการ กศน. ผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกระทรวงแรงงาน ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนแปดคนเป็นกรรมการ ซึ่งในจำนวนนี้จะต้องแต่งตั้งจากผู้ปฏิบัติงานในภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคน และให้ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน. กทม. เป็นกรรมการและเลขานุการ
(๒) ในจังหวัดอื่น ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ ปลัดจังหวัด เกษตรจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด แรงงานจังหวัด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนแปดคนเป็นกรรมการ ซึ่งในจำนวนนี้จะต้องแต่งตั้งจากผู้ปฏิบัติงานในภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในพื้นที่ของจังหวัดจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคน และให้ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน. จังหวัด เป็นกรรมการและเลขานุการ
คุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและการประชุมของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
 
มาตรา ๑๖ คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) ให้คำปรึกษาและร่วมมือในการพัฒนาการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกับภาคีเครือข่าย
(๒) ส่งเสริมและสนับสนุนภาคีเครือข่าย เพื่อจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้สอดคล้องกับนโยบายและมาตรฐานที่คณะกรรมการกำหนด
(๓) ติดตามการดำเนินการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของสถานศึกษาและหน่วยงานที่จัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ให้มีคุณภาพและมาตรฐานตามที่กำหนด และสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของประเทศรวมทั้งความต้องการเพื่อการพัฒนาของท้องถิ่น
(๔) ปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
 
มาตรา ๑๗ ให้มีสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดทุกจังหวัด ดังต่อไปนี้
(๑) ในกรุงเทพมหานคร ให้มีสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกรุงเทพมหานคร เรียกโดยย่อว่า “สำนักงาน กศน. กทม.” เป็นหน่วยงานในสังกัดของสำนักงาน และเป็นหน่วยงานการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานธุรการของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกรุงเทพมหานคร และมีอำนาจหน้าที่บริหารการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภายในกรุงเทพมหานคร
(๒) ในจังหวัดอื่น ให้มีสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด เรียกโดยย่อว่า “สำนักงาน กศน. จังหวัด” เป็นหน่วยงานในสังกัดของสำนักงาน และเป็นหน่วยงานการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานธุรการของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดและมีอำนาจหน้าที่บริหารการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภายในจังหวัด
ให้หน่วยงานการศึกษาตามวรรคหนึ่ง มีผู้อำนวยการเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสังกัดสำนักงาน กศน. กทม. หรือสำนักงาน กศน. จังหวัด แล้วแต่กรณี รวมทั้งเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดสถานศึกษาที่อยู่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบและมีฐานะเป็นผู้บริหารการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตลอดจนรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของหน่วยงานดังกล่าว
 

ผู้แสดงความคิดเห็น ผ่านมา วันที่ตอบ 2012-12-17 10:25:25


ความเห็นที่ 6 (1646051)

ขอบคุณทุกคำแนะนำและทุกความคิดเห็นนะคะ หนูจะพยายามคิดให้รอบคอบ แต่จริงๆแล้วหนูก็กลัวเหมือนกัน แต่ที่หนูอยากทำเพราะหนูอยากฝึกประสบการร์ก่อนไปฝึกสอนที่โรงเรียนจริงๆตอนปี5 แต่พออ่านทุกความคิดเห็นแล้ว สงสัยคงไม่ได้ทำ 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธิดา (phantila_da-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-12-19 21:11:53



1



กระทู้นี้ไม่เปิดให้แสดงความคิดเห็น