ให้คนอื่นจดทะเบียนบ้านเลขที่ในที่ดิน


ผมให้ นาย ก เช่าที่ดิน เพื่อทำกิจการเกี่ยวกับซ่อมรถยนต์ ต่อเมื่อกิจการขาดทุน นาย ก เอาอาคารโรงเรือน

ให้นายข เข่า โดยบอกกับผมว่า เซ้งให้นาย ข ไปแล้ว และผมก็ทำสัญญาให้เช่าที่ดินกับนาย ข พร้อมกับเลิก

สัญญา กับนาย ก  แต่ต่อมา นาย ข บอกว่าต้องการให้ขอไฟฟ้าถาวร  และการไฟฟ้านครหลวงกำหนดว่า

การจะขอไฟฟ้าถาวรได้นั้นต้อง มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านนั้นเสียก่อน ผมก็ไปที่สำนักงานเขต เพือเข้าชื่อใน

ทะเบียนบ้าน แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า นาย ก เป็นเจ้าของทะเบียนบ้าน (เขาเป็นคนขอ แต่เล่มอยู่กับผม)   ให้ผม

ให้นาย ก ทำหนังสือยินยอมเสียก่อน  เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตโทรไปถามนาย ข ว่าจะขอดูสัญญาที่ทำ

ไว้กับนาย ก  นาย ข ก็ยอมรับว่าทำสัญญาเช่า กับนาย ก   โดยเขา  เขาเซ้งกันเรียบร้อยแล้ว  จึงขอถามว่า 1

การที่นาย ก เอาโรงเรือนที่ผมอนุญาตให้เขาปลูกสร้างและขอทะเบียนบ้านเลขที่ให้คนอื่นเช่าต่อนั้นขอถามว่า

 ผิดสัญญาที่ทำสัญญาเช่าที่ดินกับผมหรือไม่ ทีในสัญญาระบุว่าห้ามเอาที่ดินให้คนอื่นเช่าช่วง คือเขาไม่ได้

เอาที่ดินให้เช่าช่วงแต่เขาเอาโรงเรือนให้นาย ข เช่าช่วง   2 หากเขาทำสัญญาเซ้งกับนาย ข โรงเรือนนั้นและ

บ้านเลขที่นั้นจะตกเป็นของนาย ข หรือไม่ 3 ขณะนี้ผมทำสัญญากับนาย ข แล้วเพราะเขาบอกว่าทำสัญญาเซ้ง

กันเรียบร้อยแล้วต้องรอจนหมดสัญญาก่อนหรือไม่จึงจะให้เขารื้อถอนออกไปหรือให้ออกตอนนี้เลย หรือให้เขา

ทำสัญญเซ้งกันหรือให้สัญญาที่ผมทำกับนายข หมดสัญญาเสียก่อน 4  นาย ก จะเรียกค่ารื้อถอนได้หรือไม่

หรือเขาจะอ้างสิทธิครอบครองได้หรือไม่ 5 ถ้ารอให้สัญญาเช่าที่ผมทำไว้กับนาย ข  สิ้นสุดลงเสียก่อนแล้วค่อย

ให้เขารื้อถอน หรือ ให้เขาทำสัญญาเซ้งจะได้ไหม  อย่างไหนจะเหมาะสมกว่า  ขอคำแนะนะเพิ่มเติมด้วย

และขอขอชคุณมา ณ โอกาสนี้ ด้วย



ผู้ตั้งกระทู้ เรวัต (anda-sweety-at-hotmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2010-03-06 22:01:25


1

ความคิดเห็นที่ 1 (1488490)

สำนักงานกฎหมาย กฤษติญา ยินดีตอบปัญหาของคุณเรวัต

( หมายเหตุ คำถามตามปัญหาของคุณเรวัต เป็นการถามของผู้มีความรู้ทางกฎหมายเป็นอย่างดี )

แต่ทางสำนักงานกฎหมาย กฤษติญา ยินดีตอบปัญหาให้ดังนี้

 ( 1 ) ปัญหาถามว่า การที่นาย ก. เอาโรงเรือนที่คุณเรวัตอนุญาตให้เขาปลูกสร้าง ให้นาย ข. เช่า เป็นการผิดสัญญาเช่าหรือไม่

โดยสัญญาเช่าระบุว่าห้ามเอาที่ดินให้คนอื่นเช่าช่วง

แต่นาย ก. อ้างว่า ไม่ได้เอาที่ดินให้เช่าช่วง แต่อ้างว่าเอาโรงเรือนให้นาย ข เช่าช่วงเท่านั้น

ตอบ สัญญาเช่าระหว่าง คุณเรวัต ( ผู้เช่า ) กับนาย ก. ( ผู้ให้เช่า ) มีเงื่อนไขระบุห้ามเอาที่ดินให้คนอื่นเช่าช่วง

ดังนั้น เมื่อนาย ก.ได้ให้นาย ข.เช่าช่วงต่อ เป็นการผิดสัญญาเช่า แม้ว่านาย ก.จะอ้างว่าให้นาย ข.เช่าช่วงเฉพาะสิ่งปลูกสร้างก็ตาม

แต่เมื่อสิ่งปลูกสร้างได้ปลูกสร้างขึ้นบนที่ดินที่ให้เช่าโดยความยินยอมของคุณเรวัต กรณีถือได้ว่าสิ่งปลูกสร้างนั้นเป็นทรัพย์ของนาย ก. 

ซึ่งสิ่งปลูกสร้างนั้นไม่ถือว่าเป็นส่วนควบของที่ดินที่เช่า คือนาย ก.ต้องรื้อถอนไป เมื่อครบสัญญาเช่า หรือ เมื่อนาย ก.เป็นฝ่ายผิดสัญญาเช่า

และเมื่อนาย ก.ให้ผู้อื่นเช่า โดยอ้างว่าให้นาย ข. เช่าเฉพาะสิ่งปลูกสร้างนั้น ย่อมฟังไม่ขึ้น เพราะเป็นการผิดสัญญาเช่าแล้ว

เมื่อคุณเรวัต บอกเลิกสัญญาเช่ากับนาย ก. แล้ว สัญญาเช่าเป็นอันยกเลิก

แต่เมื่อคุณเรวัต ให้นาย ข. ผู้เช่าคนใหม่เช่าต่อไป ดังนั้นสัญญาเช่าใหม่ย่อมผูกพันระหว่างคุณเรวัต กับนาย ข. 

 

( 2 ) ปัญหาต่อมา นาย ข.ต้องการขอไฟฟ้าถาวร  และการไฟฟ้านครหลวงกำหนดว่าการจะขอไฟฟ้าถาวรได้นั้นต้อง มีชื่ออยู่ในทะเบียน

บ้านนั้นเสียก่อน คุณเรวัฒไปที่สำนักงานเขต เพือเข้าชื่อในทะเบียนบ้าน แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า นาย ก เป็นเจ้าของทะเบียนบ้าน

ต้องให้นาย ก.ทำหนังสือยินยอมเสียก่อน และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตโทรไปถามนาย ข ว่าจะขอดูสัญญาที่ทำไว้กับนาย ก  และ

นาย ข ยอมรับว่าทำสัญญาเซ้ง กับนาย ก

ถามว่า  หากเขาทำสัญญาเซ้งกับนาย ข โรงเรือนนั้น และบ้านเลขที่นั้นจะตกเป็นของนาย ข หรือไม่ 

ตอบ โรงเรือนเป็นกรรมสิทธิของนาย ก. ต้องรื้อถอนไป แต่ต่อมานาย ก. ให้นาย ข. เซ็งสิ่งปลูกสร้างต่อ

ดังนั้นนาย ข.ก็ย่อมได้รับสิทธิในสิ่งปลูกสร้างของนาย ก.ที่มีอยู่เดิม แต่นาย ข.ก็ต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปเช่นกัน

แต่ถ้าคุณเรวัต ต้องการให้นาย ข. เช่าต่อไป ก็เป็นเพียงการเช่าที่ดินเท่านั้น ไม่รวมถึงสิ่งปลูกสร้างด้วย เพราะสิ่งปลูกสร้างเป็นกรรมสิทธิ์

และเป็นเรื่องระหว่างนาย ก. กับนาย ข.ที่ผูกพันตามสัญญาเซ็งที่มีต่อกัน

ดังนั้นการขอไฟฟ้าถาวรของนาย ข. สามารถดำเนินการขอได้เองอยู่แล้ว โดยการนำสัญญาเช่าที่ดินระหว่างคุณเรวัต กับนาย ข.

และนำสัญญาเซ็งสิ่งปลูกสร้างระหว่าง นาย ก. และนาย ข.มาแสดง พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ในการขอไฟฟ้าถาวรต่อไป 

เพียงแต่คุณเรวัต ต้องเป็นผู้ให้ความยินยอมในการไม่จำต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างนั้นออกไปแก่นาย ข. 

ทั้งนี้ไม่จำต้องให้นาย ก.ให้ความยินยอมด้วยแต่อย่างใดไม่ เพราะสิทธิในสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวตกแก่นาย ข. ตามสัญญาเซ็งอยู่แล้ว

 

( 3 ) ปัญหาต่อมา คุณเรวัตไปที่สำนักงานเขตเพือเข้าชื่อในทะเบียนบ้าน แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า นาย ก เป็นเจ้าของทะเบียนบ้าน

 ต้องให้นาย ก ทำหนังสือยินยอมเสียก่อน นั้น

เห็นว่า เมื่อคุณเรวัต ได้บอกเลิกสัญญาเช่ากับนาย ก. แล้ว และนาย ข.เป็นผู้เช่ารายใหม่

ดังนั้นนาย ข. ก็ย่อมที่จะมีสิทธิขอคัดชื่อนาย ก. ออกจากทะเบียนบ้านได้ ในฐานะผู้เซ็งสิ่งปลูกสร้างจากนาย ก. 

แต่ทั้งนี้ต้องได้รับความยินยอมจากคุณเรว้ต ในฐานะเจ้าของที่ดินที่ให้เช่าด้วย เพื่อประกอบการขอไฟฟ้าถาวรกับการไฟฟ้านครหลวงต่อไป

 

( 4 ) ปัญหาต่อมาถามว่า นาย ก จะเรียกค่ารื้อถอนได้หรือไม่ หรือนาย ก.จะอ้างสิทธิครอบครองได้ หรือไม่

ตอบว่า นาย ก.จะเรียกค่ารื้อถอนไม่ได้ เพราะนาย ก. เป็นฝ่ายผิดสัญญาเช่า แต่นาย ก. อ้างสิทธิในการครอบครองสิ่งปลูกสร้างได้

เพราะสิ่งปลูกสร้างเป็นกรรมสิทธิของนาย ก.

แต่เมื่อนาย ก. ได้เซ็งสิ่งปลูกสร้างให้แก่นาย ข. ต่อมา ดังนั้นสิทธิในการครอบครองสิ่งปลูกสร้างตกแก่นาย ข. แล้วตามสัญญาเซ็ง

ดังนั้นนาย ก.อ้างสิทธิครอบครองต่อไปอีกไม่ได้

 

( 5 ) ปัญหาต่อมาถามว่า ถ้ารอให้สัญญาเช่าระหว่างคุณเรวัต ทำไว้กับนาย ข  สิ้นสุดลงเสียก่อนแล้วค่อยให้เขารื้อถอน

หรือ ให้เขาทำสัญญาเซ้งจะได้ไหม  อย่างไหนจะเหมาะสมกว่า ขอคำแนะนะเพิ่มเติมด้วย

ตอบว่า การให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างนั้น คุณเรวัตมีสิทธิให้รื้อถอนตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว

ส่วนที่จะให้รื้อถอนในภายหลังจากสัญญาเช่า ระหว่างคุณเรวัต กับนาย ข. สิ้นสุดลงก่อน ก็ทำได้

แต่จะให้นาย ข.ทำสัญญาเซ็งสิ่งปลูกสร้างกับคุณเรวัต ทำไม่ได้ เพราะสิ่งปลูกสร้างไม่ได้เป็นกรรมสิทธิของคุณเรวัต

คำแนะนำเพิ่มเติม

เห็นว่า คุณเรวัต ควรปฎิบัติตามสัญญาเช่าระหว่าง คุณเรวัต กับนาย ข.ต่อไป

แต่ควรมีเงื่อนไขแห่งสัญญาเช่าเพิ่มเติมว่าเมื่อควรกำหนดตามสัญญาเช่าแล้ว ให้นาย ข. รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป

โดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติมว่า คุณเรวัตไม่ต้องเสียค่ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างนั้น แม้เป็นการที่คุณเรวัต ยินยอมให้นาย ข. อยู่ในสิ่งปลูกสร้างต่อไปได้ก็ตาม

โดยไม่ต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปก็ตาม เป็นต้น

ขอบคุณคุณเรวัตที่ถามครับ และหากมีข้อโต้แย้ง หรือความคิดเห็นใดๆเพิ่มเติม ช่วยเสนอและแนะนำได้ จากทนายจิ๋ว

089 - 6679933

หมายเหตุ เพิ่มเติมคำว่า เซ็ง หมายความว่า ผู้เช่าได้จ่ายเงินล่วงหน้าส่วนหนึ่ง และตกลงผ่อนชำระค่าเช่าเป็นรายงวด เมื่อครบกำหนดสัญญาแล้ว ให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นกรรมสิทธิ์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทั้งนี้ ตามปัญหาไม่ได้ระบุว่าเงื่อนไขตามสัญญาเซ็งเป็นเช่นไร                                                        

ดังนั้นกรณีตามปัญหา ผู้ตอบกำหนดว่า ให้ตกเป็นกรรมสิทธิของผู้เซ็ง นะครับ 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ทนายจิ๋ว (kittiya_law-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-03-07 15:32:17


ความคิดเห็นที่ 2 (1488540)

 

เขียนในสัญญาที่ผม(เรวัต) ทำกับ นาย ข ว่า "ให้นาย ก รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดิน ของผู้ให้เข่า โดยผู้ให้เข่าไม่ต้องจ่ายค่ารื้อถอน

แต่อย่างใด"    อย่างนี้ใช่ไหม ครับ? เพราะ กรรมสิทธิ์ สิ่งปลูกสร้างนั้นเป็นสิทธิ์ของ นาย ก แต่ให้นาย ก เอาสิ่งปลูกสร้างที่อยู่บนที่ดินไปให้

นาย ข เช่า  หรือ คุณทนาย มีคำพูดที่เหมาะสม ได้ความกระทัดรัด กรุณาบอกผมด้วย ขอบคุณมาก ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เรวัต (anda-sweety-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-03-07 21:44:33


ความคิดเห็นที่ 3 (1488555)

เขียนเพิ่มเติมว่า

   "   ให้นาย ข.ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิสิ่งปลูกสร้างเลขที่ ............ตามสัญญา......( เซ๊ง ) ..........ระหว่างนาย ก. กับนาย ข. ฉบับลงวันที่.......

ทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของผู้ให้เช่าเมื่อครบกำหนดเวลาตามสัญญาเช่าไม่เกิน............วัน โดยผู้ให้เช่าไม่ต้องจ่าย

ค่ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวข้างต้นแต่อย่างใด    "

ผู้แสดงความคิดเห็น ทนายจิ๋ว (kittiya_law-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-03-08 08:02:32



1



กระทู้นี้ไม่เปิดให้แสดงความคิดเห็น