ตามทรัพย์ ได้หรือเปล่า จากผู้ที่ถูกรังแก มานานมาก


 

 

            บ้านของผมทำโครงการที่ดินเปล่า  และขายบ้านก่อสร้างในภายหลัง สัญญาก่อสร้างต่อท้ายจำนอง วิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง 40 โครงการขาดสภาพคล่อง และหน่วยงานที่เสนอขาย ที่ลูกค้าสังกัดอยู่ ก็ได้มาร่วมกัน ปรึกษาว่าจะช่วยหาเงินมาสร้างบ้านให้กับลูกค้าซึ่งเป็น ลูกน้องในสังกัด  ให้นำที่ดินเปล่าไปให้หน่วยงานนั้นช่วยขายให้ และจะได้นำเงินมาก่อสร้างบ้าน  ให้ที่ดินไป ในระหว่างนั้นไม่ได้ให้เรารับรู้ถึงปัญชีรายรับรายจ่าย ในการขายที่ดินและการดำเนินงานใดๆเลยพอถึง ปี 43 มาแจ้ง ว่าที่ดินคุณหมดแล้ว ( ที่ดิน ราคา ประมาณ 20 ล้านบาท )  เป็นแปลงย่อยๆ  ทางเราก็พยายทำหนังสือสอบถามมาโดยตลอด ว่าให้ทางหน่วยงานนี้ ชี้แจงบัญชี รายรับ รายจ่าย ติดตาม มาโดยตลอด ไปทุกที่  ๆ คิดว่าจะได้รับความช่วยเหลือความเป็นธรรม แค่ต้องการให้ หน่วยงานนั้น ชี้แจงว่าขายหมดจริงหรือเปล่า เงินไปทำอะไรก่อสร้างบ้านใช้เงินไปเท่าไร แค่ชี้แจงบัญชีว่าเอาทรัพย์เราไปแล้ว ทำในกิจการที่ตกลงกันทั้งหมดหรือเปล่า แต่หน่วยงานนี้ ไม่เคยชี้แจงเลย แต่ก็มีตอบมาบ้าง ว่าทางเราทำให้เขาเสียหาย ที่ทำให้ลูกน้อง ของเขาเดือดร้อน และสนับสนุนเจ้าหน้ากระทำผิด ( ก็เรื่องทำเนียมปฎิบัติในงานราชการนะ คนทำธุรกิจรู้ไม่ต้องพูดกันมาก ถ้าไม่ตามน้ำงานก็ไม่เดิน) 

            ถามว่า ทางเราพอจะฟ้องร้อง ได้ไหมครับ  เพราะตอนล้าสุดนี้ไปร้องเรียนที่ คณะกรรมาธิการ ของสภาผู้แทนราษฎร และมี ข้อสรุป ออกมาว่า มีหลักฐานที่เชื่อได้ ให้ไปฟ้องร้องศาล โดยใช้กระบวนทางศาลเพราะ และทาง กรรมาธิการไม่มีอำนาจตัดสิน ก็ได้ ให้เอกสารรับรองสำเนา  คำให้การที่เรียกทุก คนที่เกี่ยวข้องมาสอบ

            เคยมีทนาย ที่แนะนำจากกรรมาธิการ บอกว่าทำได้ ตามทรัพย์นะครับแต่ เรียกเงินก่อนจำนวนสูงมาก  ปัจจุบันทางบ้านผม ประสบปัญหาทางการเงินครับสู้มาจนหมด มี พี่ทนาย พอจะช่วยบ้านผมได้ไหมครับ คิดค่าจ้างแบบเสร็จเรื่องก่อนได้ไหมครับ

pimwichit@gmail.com



ผู้ตั้งกระทู้ pimwichit :: วันที่ลงประกาศ 2010-03-12 19:06:49


1

ความคิดเห็นที่ 1 (1489143)

เรียนคุณพิมวิชิต ทำธุรกิจจัดสรรที่ดิน และสร้างบ้านขาย ต่อมาให้ที่ดินแก่

หน่วยงานไป เพื่อสร้างบ้านขายร่วมกับหน่วยงานฯ

ปัญหามีว่า การให้ที่ดินนั้น ได้มีการทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อ

พนักงานที่ดินหรือไม่

ถ้าจดทะเบียนก็ถือว่าถูกต้อง

แต่ถ้าไม่จดทะเบียนการให้ก็เป็นโมฆะ เพราะไม่ชอบด้วยกฎหมาย

 

ปัญหาต่อมาประเด็นที่ว่า

หน่วยงานได้ขายที่ดินหมดแล้วจริงหรือไม่เงิน และการดำเนินธุรกิจมีผล

กำไร หรือขาดทุนหรือไม่ อย่างไร และเป็นไปตามเงื่อนไขทำการประกอบ

กิจการตามที่ตกลงกันหรือไม่

เห็นว่า ต้องพิจารณา เงื่อนไขแห่งสัญญาประกอบกิจการดังกล่าวเป็นหลัก

ว่ามีสาระสำคัญแห่งสัญญาอย่างไร และ

ผู้ร่วมทุนสามารถตรวจสอบเอกสารหลักฐานได้อยู่แล้ว เช่น ตรวจสอบ

บัญชีรายรับ - รายจ่าย ได้เสมอ เป็นต้น

และหากปรากฎพบว่าการการดำเนินงานไม่ถูกต้องอย่างไร และเกิดความ

เสียหายอย่างหนึ่งอย่างใดอันมิใช่เหตุในการประกอบกิจการขาดทุนแล้ว

เช่น มีการโกง , ทุจริต เป็นต้น

คุณพิมวิชิต สามารถฟ้องต่อศาลขอให้หุ้นส่วนในฐานะหน่วยงาน

ให้คืนเงินในส่วนที่คุณพิมวิชัยสมควรได้พร้อมทั้งดอกเบี้ยตามกฎหมาย

 

ส่วนการติดตามเอาที่ดินคืนนั้น ต้องพิจารณาจากการให้ที่ดินตามความ

ข้างต้น ซึ่งหากการให้ที่ดินแต่เดิมไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็ย่อม

ฟ้องร้องติดตามเอาที่ดินคืนได้ครับ

 

ส่วนการร้องเรียนที่ คณะกรรมาธิการ ของสภาผู้แทนราษฎร นั้น

เห็นว่าเป็นการใช้สิทธิไกลเกินกว่าเหตุ และไม่มีประโยชน์เท่าที่ควร

และเห็นว่า ควรใช้สิทธิทางศาลมากกว่าครับ เพราะแม้เป็นหน่วยงานของ

รัฐก็ฟ้องได้ครับ

ส่วนค่าใช้จ่ายไม่ใช่ปัญหาหลัก หากไม่มีเงินมากพอ ก็ต้องช่วยกันไปครับ

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทรฯ 089 - 6679933 ทนายจิ๋ว

ผู้แสดงความคิดเห็น ทนายจิ๋ว (kittiya_law-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-03-13 09:26:32



1



กระทู้นี้ไม่เปิดให้แสดงความคิดเห็น