ขอคำแนะนำ


  

 ฟ้องเรื่องความผิดต่อร่างกาย ประมาท

เหตุเกิดเมื่อปี 2542ได้รับหมายเรียกปี2551มอบตัวสู้คดี

แต่ไม่มีพยานมาขึ้นศาล เนื่องจากคนที่นั่งในรถเห็นเหตุการณ์

ไม่อยู่แต่งงานไปอยู่ต่างประเทศ 

ทั้งที่เราเป็นฝ่ายถูกมอเตอร์ไซค์ฝ่าไฟมาชนรถยนต์เราได้รับความ

เสียหาย ประกันภัยหมดแต่มีพ.ร.บ.

แจ้ง 191 ไว้ตำรวจยึดใบขับขี่ไว้และปล่อยตัว

เช้าไปเยี่ยมคนบาดเจ็บที่ รพ.ข้อเท้าเคล็ดพูดกันด้วยวาจาว่า

ต่างคนต่างไปซ่อมรถและไปสน.เพื่อรับใบขับขี่คืนไม่ทราบเลยว่า

ตกเป็นผู้ต้องหา

ต่อมาปี 2551 ได้รับหมายเรียกและปฏิเสธ

ทางตำรวจส่งอัยการฟ้องศาล  

ศาลพิพากษาให้จำคุก 6 เดือน

เนื่องจากใช้ทนายอาสาไม่ได้ซักค้าน และแนะนำทำให้คดีเสียหาย

ถ้าไม่อุทธรณ์สู้เท่ากับเราต้องติดคุกทั้งที่เราไม่ผิด

คัดเอกสารทั้งหมดมาดูแล้วเอกสารและคำให้การแปลก ๆ

ยิ่งคิดยิ่งเจ็บใจว่า ถ้าเราผิดติดคุกชดใช้กรรมก็สมควร

แต่เรารู้เหตุการณ์ทุกอย่าง อยากได้ข้อแนะนำอย่างจริงใจด้วยค่ะ 

หลังเกิดเหตุ 15 วัน คนเจ็บย้ายไปรักษาข้อเท้าหัก

โดยใช้สิทธิ์ประกันสังคม ใบขับขี่รถมอเตอร์ไชค์ก็ไม่มี

จะต้องทำอย่างไรดีค่ะ

ถ้าติดคุกก็ต้องตกงานมีภาระ ลูกก็กำลังศึกษา

ปรึกษาสำนักทนายเรียกค่าวิชาชีพสูงมาก

ขอคำแนะนำค่ะ

 

Post : vtnpv@yahoo.com Date : 2010-03-24 00:45:32 IP : 61.91.160.112


ผู้ตั้งกระทู้ Admin (vtnpv-at-yahoo-dot-com) กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์ :: วันที่ลงประกาศ 2010-03-26 10:14:45


1

ความคิดเห็นที่ 1 (1490498)

คดีขับรถยนต์ โดยประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส

( ขาหัก แม้ว่ารักษาตัว 15 วัน ก็เป็นสาหัส เพราะทุพพลภาพ )

เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ประกอบ

มาตรา 297 วรรคสอง ( 7 )

มีโทษจำคุก ไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือ

ทั้งจำทั้งปรับ

เหตุเกิดเมื่อปี 2542 แต่มีหมายเรียกและผู้ต้องหามอบตัว

กับพนักงานสอบสวน ปี 2551 และส่งอัยการและฟ้องจำเลยต่อศาล

ซึ่งเป็นการได้ตัวจำเลยมาพร้อมฟ้องต่อศาล ล่วงเลยเวลาถึง 9 ปี

กรณีจำต้องยกปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย

ของประชาชนขึ้นอ้างว่า คดีนี้หมดอายุความแล้ว

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 ( 5 )

เนื่องจากโทษขั้นตำที่จะลงโทษนั้นไม่ได้กำหนดไว้

ศาลจึงลงโทษเพียงใดก็ได้แต่ไม่เกิน 3 ปี

ดังนั้นถือว่า มาตรา ( 7 ) มีหลักกฎหมายมีว่า

ในคดีอาญา ถ้ามิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภาย

ในกำหนด นับแต่วันกระทำความผิดเป็นอันขาดอายุความ

( ระยะเวลา 1 ปี สำหรับต้องระวางโทษอย่างอื่น )

จำเลยจึงจำต้องอุทธรณ์ประเด็นสำคัญนี้ ประกอบกับอุทธรณ์

ประเด็นอื่นที่ปรากฎในสำนวนคดี เพื่อขอศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา

ยกฟ้องต่อไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 39 ( 6 ) ประกอบกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 ( 5 )

แต่จะต้องยื่นอุทธรณ์ไม่เกิน 1 เดือนนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา

ทางสำนักงานกฎหมาย กฤษติญา ยินดีรับตรวจสำนวนคดี และ

เรียงพิมพ์ อุทธรณ์ให้

ค่าใช้จ่ายไม่แพงครับ เพราะคดีไม่ยาก 

ติดต่อ ทนายจิ๋ว 089 - 6679933

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ทนายจิ๋ว (kittiya_law-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-03-26 11:22:45



1



กระทู้นี้ไม่เปิดให้แสดงความคิดเห็น