ปัญหาที่ดินค๊ะ


ขออนุญาตตั้งกระทู้ใหม่ ไม่อยากให้แสดงเบอร์โทรศัพท์

เพราะอาจมีปัญหาจากผู้ไม่หวังดี จากทนายจิ๋ว 

สวัสดีค่ะ อยากถามว่า

กรณีน้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินอยู่หนึ่งแปลงตามใบโฉนด นส .3 ก

และมีอีกหนึ่งแปลงซึ่งอยู่ติดกัน แต่เคยเป็นความกันขึ้นศาล

โดยที่น้องยอมโอนโฉนดแปลงนั้นให้แฟนเก่ากับลูกชายไปแต่ก่อนนี้

ทั้งสองแปลงได้จำนองไว้กับธนาคารซึ่งได้สร้างห้องแถวไว้ในแปลงที่เป็น

ของน้อง หลังจากเสร็จจากศาล ฝ่ายชายซึ่งเป็นสามีไม่ได้โอนและน้อง

เป็นคนเก็บไว้เอง คือตนเองนี่ยอมยกที่ดินแปลงที่ตั้งของบ้านให้ฝ่ายชาย

ไปกับลูก และจะโอนให้ต่อเมื่อลูกชายอายุครบ

แต่ปัญหามันมีอยู่ว่า ส่วนที่ดินที่น้องเก็บไว้มีห้องแถวทั้งหมดสิบห้อง

ซึ่งน้องก็ไม่ได้ไปจัดการดูแลนานๆโทรไปถามข่าวคราว และวันเกิดลูกชาย

ก็ปีหนึ่งได้ไป เพราะก่อนนี้จะให้ญาติพี่ชายไปดูแลฝ่ายชายเขาไม่ยอม

เขาบอกว่าเขาจะดูแลเองโดยอ้างลูกที่อยู่กับเขา

อย่างนี้เขาจะมีสิทธิมายึดครองกรรมสิทธิในห้องแถวของน้องได้รึเปล่า

ช่วยแนะแนวทางในการปฎิบัติด้วยน่ะค่ะว่าควรทำอย่างไร

เพราะตอนนี้น้องก็ปล่อยให้เขาจัดการเก็บค่าห้องแถวมาก็ร่วมสองปี

หลังจากเสร็จคดีบนศาลแต่อีกอย่างน่ะค่ะ

ห้องแถวสืบห้องนั้นมันล้ำไปในเขตโฉนดแปลงที่น้องยกให้เขากับลูกชาย

ไปก็เลยมีปัญหากันไม่หยุดหย่อน

ตอนนี้ไม่สบายใจมากกลัวเขาจะยึดที่ดินแปลงที่ห้องแถวเพราะก่อนนี้เขา

ฟ้องขึ้นศาลเพื่อจะเอาหมด

แต่บังเอิญน้องได้ซื้อโดยกู้เงินธนาคารมาด้วยเงินทรัพย์สินของตนเอง

เขาเลยยกฟ้องไป เพราะถ้าเขาสู้ต่อเขาก็จะไม่ได้สักแปลง

แต่ดิฉันสงสารลูกก็เลยยอมยกให้เขาโดยต้องใส่ชื่อลูกด้วย

แต่นานไปดิฉันก็กลัวเพราะเขาได้ภรรยาใหม่ไปแล้ว และเขาก็ใช้อำนาจ

ในการครองห้องแถวโดยทางพฤติกรรมค่ะ

( ถามเพิ่มเติมต่อมาว่า )

แต่ ณ ตอนนี้น้องไถ่โฉนดมาจากธนาคารเรียบร้อยแล้วค่ะ

แต่ติดที่ไม่สามารถไปจัดการดูแลในกรรมสิทธิที่ดินส่วนที่เป็นห้องแถวได้

เพราะฝ่ายชายซึ่งอดีตสามีใช้อำนาจในการที่ตนอยู่ในบริเวณบ้าน

ซึ่งน้องได้ยกให้เขากับลูกโดยบีบทุกคนที่เช่าเลยไม่ทำอะไรได้

น้องก็ปล่อยไปเพราะเห็นว่าจะได้ให้ลูกไว้กินไว้ใช้เลยไม่ไประรานอะไรตรง

ค่าเช่ามากนักกลัวแต่เพียงว่าเขาจะมายึดสิทธิในต่อไปข้างหน้า

เกิดเขาอยู่ครองดูแลนานเข้าก็เท่านั้นเองค่ะ



ผู้ตั้งกระทู้ คุณกั้ง :: วันที่ลงประกาศ 2010-04-25 14:51:43


1

ความคิดเห็นที่ 1 (1492901)

ตามปัญหา ที่ดินมี 2 แปลง แปลงหนึ่งเป็นของน้อง

อีกแปลงเป็นของสามีเก่าและของลูก ( เมื่อบรรลุนิติภาวะ )

ตามสัญญาประนีประนอมยอมความต่อศาล

ดังนั้นกรรมสิทธิที่ดินจึงแบ่งแยกได้ตามความข้างต้น

แต่ปรากฎว่าสิ่งปลูกสร้างบางส่วนลำเข้าไปในเขตที่ดินและของลูก

อีกทั้งสามีเก่าเป็นผู้ดูแลห้องเช่าในพื้นที่ดินทั้ง 2 แปลงทั้งหมด

และเก็บเงินค่าเช่าแต่เพียงผู้เดียว

โดยอาศัยข้ออ้างที่ว่า ลูกอยู่กับเขานั้นฟังไม่ขึ้นเพราะไม่มีกฎหมายรองรับ

ทั้งนี้ที่ดินมีการแบ่งแยกกันชัดแจนแล้ว และแม้ว่าห้องเช่าจะปลูกสร้าง

ลำกันก็ตาม ก็สามารถใช้สิทธิทางศาลในการขอให้แบ่งค่าเช่า ,

ความรับผิดชอบดูแลห้องเช่า และอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ ตามความเป็นธรรม

ดังที่กฎหมายกำหนดไว้

ส่วนหากปล่อยเนินนานไป คือ นอกจากจะไม่ได้ค่าเช่าบางส่วน หรือ

ทั้งหมดแล้ว และอาจจะต้องเสียที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของเราไปด้วย

ถ้าหากเป็นการครอบครองปรปักษ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเกินกว่า 10 ปี 

แม้ว่าจะเป็นอดีตสามีก็ตาม ก็ไม่มีข้อยกเว้น ดังที่กฎหมายบัญญัติไว้

ดังนั้นแม้ว่าเรามีความประสงค์จะทำอะไรเพื่อลูก แต่ก็จำต้องมีหลักประกัน

เพื่อลูกด้วยเพราะอนาคตของคนเราไม่แน่นอน เพียงแต่เราไม่ประมาท

เท่านั้น และควรทำในสิ่งที่ควรทำและทำในสิ่งที่ถูกต้องก็จะปลอดภัย

ทั้งตัวเรา และลูกด้วยครับ

เห็นสมควรดำเนินการแบ่งค่าเช่าอย่างเป็นธรรม แล้วนำเงินค่าเช่ามาเป็น

ประโยชนฺแก่ลูกต่อไป เป็นต้น

ขอให้คุณกั้ง พยายามทำในสิ่งที่ดีและในสิ่งที่ถูกต้องน๊ะครับ

ถ้ามีปัญหาอะไรสอบถามเพิ่มเติมได้ หากยังมีข้อสงสัยอยู่อีก

ขอเป็นกำลังใจให้ครับ

จากทนายจิ๋ว

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ทนายจิ๋ว (kittiya_law-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-04-25 16:27:58



1



กระทู้นี้ไม่เปิดให้แสดงความคิดเห็น