ขอบคุณสำหรับข้อแนะนำค่ะ


ดีใจมากๆขอบคุณสำหรับข้อแนะนำดีๆหายกังวลนิดหนึ่ง

อยากทำให้เสร็จตามที่คุณทนายแนะนำนั่นแหละค่ะ

แต่มันติดกับค่าใช้จ่ายก็น้องไม่มีจะมีทนายคนไหนที่ช่วยหล่ะค่ะ

เขาก็ต้องมีค่าใช้จ่ายกันทั้งนั้น แล้วตามที่พี่ทนายแนะนำต้องเสียค่าอะไร

บ้างหล่ะค่ะ เท่าไหร่ได้

น้องเคยให้พี่ทนายคนหนึ่งช่วยเขาขอค่าเดินทางแต่ละครั้งน้องไม่รู้จะหา

มาจากไหนจริงๆก็ตามที่บอกนั่นแหละค่ะหนี้สินก็ยังมีอีกเยอะ

ถ้าเกิดว่า กั้งไม่ได้ทำอะไรก่อน ณ ตอนนี้จะมีผลรึเปล่าค่ะ

เพราะตอนนี้รอให้ลูกชายจบป.6 ก็ปีนี้ขึ้นม.1ค่ะ เพราะเขาอยู่ตรงนั้น

ไม่อยากให้เขาไม่สบายใจเพราะเขาห่วงและรักพ่อเขามาก

อีกอย่างกั้งก็ไม่คิดอยากได้ตังสักเท่าไหร่ตรงนั้น

แค่เขาดูแลและให้ลูกใช้ก็พอใจตรงจุดนั้น

ไม่อยากไปทะเลาะไม่อยากวุ่นวายมากแล้วบอกตรงๆท้อ

และเหนื่อยกับเรื่องปัญหาห้องแถวที่ดินนี้มาก

อีกใจก็อยากให้ทางคุณทนายจัดการให้เลยทุกอย่างน่ะค่ะ

แต่ไม่รู้จะเอาค่าใช้จ่ายมาให้จากไหน

จากคนที่เดือดร้อนไม่รู้จะพิ่งพาหาใครได้มาช่วย

 



ผู้ตั้งกระทู้ ขอบคุณมากจริงๆ (hurricarne-at-hotmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2010-04-26 21:53:53


1

ความคิดเห็นที่ 1 (1493029)

การใช้สิทธิทางศาล เป็นกรณีที่เราไม่มีที่พึ่งทางอื่นได้จึงจำเป็นต้อง

ขอบารมีศาลเป็นที่พึ่ง ดังนั้นต้องคิด และรู้จักพิจารณาว่าสมควรนำคดี

มาสู่ศาลหรือไม่ โดยไม่ได้ใช้อารมณ์เป็นตัวตั้ง

กฎหมายคือเหตุ และผล หากใช้ในทางที่ดีก็ดีไป หากใช้ในทางไม่ดีก็

เหมือนดาบสองคม

ปัญหาเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในทางคดี

กรณีที่ฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่า หรือ

อาจให้เช่าได้ในขณะยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละ 30,000 บาท ( ในปัจจุบัน )

ถือว่าเป็นคดีมโนสาเร่เสียค่าขึ้นศาล 200 บาท พร้อมวางเงินค่าใช้

จ่ายอย่างอื่นล่วงหน้าต่อศาลรวมเป็นเงิน 1,000 บาท

และหากฟ้องเรียกค่าเช่าที่ได้มาก่อนฟ้อง ถือว่าเป็นทุนทรัพย์แห่งคดี

หากไม่เกิน 300,000 บาท ก็เสียค่าขึ้นศาลตามความข้างต้น

รวม 1,000 บาท เหมือนกัน

และหากฟ้องทั้งสองกรณี

ก็ถือเอาคำขอหลักเป็นเกณฑ์เสียค่าขึ้นศาล 1,000 บาท และ

หากเรียกดอกเบี้ยนับถัดจากวันฟ้องคดี ( อนาคต ) ด้วย ต้องเสียค่าขึ้นศาล

อีก 100 บาท

ส่วนการขอเข้าควบคุมดูแลกิจการของตนนั้น เป็นการขอปลดเปลื้องทุกข์

อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ เสียค่าขึ้นศาลแบบคดีไม่มีทุนทรัพย์

เป็นเงิน 200 บาท

แต่เมื่อคำขอหลักเป็นคดีมีทุนทรัพย์ก็เสียค่าขึ้นศาลแค่ 1,000 บาท

บวกด้วยค่าขึ้นในอนาคต 100 บาท ยังมีค่านำหมายฯอีก 200 - 300 บาท

ยังไม่รวมค่าวิชาชีพทนายความ

กรณีของกั้งมีจำนวนทุนทรัพย์ หรือค่าเช่าเท่าไรล๊ะ และจำเป็นหรือไม่ที่จะ

ต้องใช้สิทธิทางศาล หรือไม่ คิดให้ดีเสียก่อนจึงค่อยตัดสินใจ 

ส่วนค่าทนายความนั้น ก็มีบางรายที่มีข้อพิพาททางคดีติดต่อมาจะให้ทาง

สำนักงานกฎหมายช่วยเหลือแต่ปรากฎว่าตัวเองไม่ดิ้นรนขนขวยเลย

เพียงแค่ค่าธรรมเนียมศาล หรือค่ารถเล็กๆน้อยๆ 500 , 1,000 บาท ยังไม่

ยอมจ่ายเลย และก็บอกว่าไม่มีเสียแล้ว

ทั้งๆที่ทางสำนักงานกฎหมาย ยังไม่ได้เรียกร้องค่าทนายความเลยก็มี

ซึ่งในกรณีหากจำเป็นเราสามารถร้องขอดำเนินคดีอนาถาได้

แต่กรณีของกั้ง เป็นกรณีอสังหาริมทรัพย์มีค่าเช่า , มีมูลค่าที่ดินและสิ่ง

ปลูกสร้างฯแล้วจะบอกว่าจนไม่เงินได้อย่างไรล๊ะ

หากร้องขอต่อศาลๆท่านก็ไม่ให้เพราะไม่จนจริงน๊ะสิ

ถ้ามีความจำเป็นในกรณีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม และจำต้องใช้สิทธิทาง

ศาล แต่ไม่มีค่าทนายความทางสำนักงานกฎหมาย ก็ยินดีว่าคดีให้ฟรีครับ

แต่ต้องเข้าหลักเกณฑ์นะครับ

ส่วนกรณีของกั้งต้องตัดสินใจเอาเอง เพราะทนายความไม่มีหน้าที่ยุยง

ให้คนอื่นเขาเป็นความกันทำให้คดีรกโรงรกศาล และผิดมารยาททนาย

ความด้วย แต่อย่างไรก็ตามก็ขอเป็นกำลังใจให้

และยินดีให้คำปรึกษาทางกฎหมายฟรี เท่าที่จะทำได้ครับ 

จากทนายจิ๋ว

 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ทนายจิ๋ว (kittiya_law-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-04-27 04:20:16



1



กระทู้นี้ไม่เปิดให้แสดงความคิดเห็น